อุปกรณ์ที่ต้องใช้:
ขวดน้ำพลาสติก 2-3 ขวด (ใช้เป็นลำเรือ)
จานกระดาษ หรือ กระดาษหนังสือพิมพ์ (ทำเป็นใบเรือ)
เชือก (ใช้ผูกและควบคุมใบเรือ)
หลอด หรือ ตะเกียบ (ใช้ทำเสากระโดงเรือ)
ยางวง (ใช้ช่วยยึดอุปกรณ์ให้แน่น)
กรรไกร / คัตเตอร์ (ใช้ตัดวัสดุต่าง ๆ)
เทปกาว / กาวร้อน (ใช้ติดส่วนต่าง ๆ ให้แข็งแรง)
---
วิธีทำ:
1. เตรียมลำเรือ
นำ ขวดน้ำ 2-3 ขวด มาวางเรียงกันตามแนวขวางเพื่อสร้างฐานเรือ
ใช้ ยางวง หรือ เชือก มัดขวดน้ำเข้าด้วยกันให้แน่น เพื่อให้ขวดเชื่อมกันเป็นแพลอยน้ำ
หากต้องการให้เรือมั่นคงขึ้น สามารถใช้ กาวร้อน หรือ เทปกาว ช่วยยึดให้แน่นขึ้น
2. สร้างเสากระโดงเรือ
ใช้ หลอด หรือ ตะเกียบ ติดตั้งเป็นเสากระโดงตรงกลางขวดน้ำ
ติดเสากระโดงให้มั่นคงโดยใช้เทปกาว หรือเจาะรูเล็ก ๆ บนขวดแล้วสอดหลอดหรือตะเกียบเข้าไป
หากต้องการให้แข็งแรงขึ้น ให้ใช้ยางวงหรือกาวร้อนช่วยยึด
3. ทำใบเรือ
ตัด จานกระดาษ หรือ กระดาษหนังสือพิมพ์ เป็นรูปสี่เหลี่ยมหรือสามเหลี่ยมขนาดพอเหมาะ
เจาะรูที่ขอบกระดาษสองรู แล้วร้อยเชือกผ่านรูเหล่านั้น
นำเชือกไปผูกติดกับเสากระโดงที่ทำไว้
4. ติดตั้งใบเรือเข้ากับลำเรือ
นำใบเรือที่ทำเสร็จแล้วมาติดเข้ากับเสากระโดง
ปรับตำแหน่งใบเรือให้สามารถรับลมได้ดี
ใช้ เชือกผูกปลายใบเรือ ไว้กับตัวเรือ เพื่อให้สามารถควบคุมทิศทางลมได้
5. ทดสอบการลอยตัวและเคลื่อนที่
นำเรือไปลอยในอ่างน้ำหรือสระน้ำ
เป่าลมหรือใช้พัดลมช่วยให้ใบเรือรับลมและขับเคลื่อนเรือ
ปรับใบเรือเพื่อทดลองทิศทางการเคลื่อนที่
---
หลักการที่เกี่ยวข้อง:
แรงลม: เมื่อใบเรือรับลม จะเกิดแรงผลักทำให้เรือเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
แรงต้านน้ำ: การจัดเรียงขวดน้ำช่วยให้เรือลอยได้ดี และลดแรงต้านในน้ำ
สมดุล: การวางตำแหน่งใบเรือและเสากระโดงให้สมดุลช่วยให้เรือไม่พลิกคว่ำ
---
ประโยชน์ของนวัตกรรมนี้:
✅ สอนหลักการเคลื่อนที่ของเรือใบด้วยแรงลม
✅ เป็นของเล่นวิทยาศาสตร์ที่ทำได้ง่ายจากวัสดุเหลือใช้
✅ ช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และทักษะการประดิษฐ์
หากต้องการปรับแต่งเพิ่มเติม เช่น ใช้ไม้ไอศกรีมหรือกระดาษแข็งเสริมโครงสร้าง ให้แจ้งได้เลย!
กระบวนการพัฒนา "เรือพลังงานลมจากขวดน้ำ"
1. การรวบรวมข้อมูล
ศึกษาหลักการทำงานของเรือใบและแรงลมที่ช่วยให้เรือเคลื่อนที่
สำรวจวัสดุที่สามารถนำมาใช้ เช่น ขวดน้ำพลาสติก, จานกระดาษ, เชือก, ตะเกียบ และหลอด
ค้นหาตัวอย่างการสร้างเรือพลังลมจากวัสดุเหลือใช้
วิเคราะห์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น ความมั่นคงของเรือ, การรับลมของใบเรือ
2. การประมวลผลข้อมูล
วางแผนการออกแบบเรือโดยกำหนดขนาดและโครงสร้าง
เลือกวัสดุที่เหมาะสมสำหรับลำเรือ, เสากระโดง และใบเรือ
คิดวิธีการติดตั้งใบเรือให้สามารถปรับทิศทางลมได้
วางแผนขั้นตอนการประกอบเรือและกำหนดวิธีการทดสอบ
3. ทดลองใช้งานครั้งแรก
ประกอบเรือตามแบบที่วางไว้และตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้าง
ทดสอบนำเรือลงน้ำเพื่อตรวจสอบว่าลอยน้ำได้ดีหรือไม่
ใช้พัดลมหรือเป่าลมเพื่อดูว่าใบเรือสามารถรับลมและทำให้เรือเคลื่อนที่ได้หรือไม่
จดบันทึกข้อบกพร่องที่พบ เช่น การทรงตัวของเรือ, ประสิทธิภาพของใบเรือ, ความมั่นคงของเสากระโดง
4. การพัฒนาและปรับปรุง
แก้ไขจุดอ่อนของเรือ เช่น ปรับตำแหน่งใบเรือให้รับลมได้ดีขึ้น
เสริมความแข็งแรงของลำเรือโดยใช้เทปกาว, กาวร้อน หรือเชือกมัดให้แน่นขึ้น
ทดลองใช้วัสดุใบเรือแบบต่าง ๆ (เช่น กระดาษแข็ง, ถุงพลาสติก) เพื่อดูว่าวัสดุไหนรับลมได้ดีที่สุด
ทดสอบหลายครั้งเพื่อให้เรือเคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. การควบคุมตนเองเพื่อพัฒนาต่อเนื่อง
ติดตามผลการใช้งานของเรือในระยะยาวและดูว่าวัสดุเสื่อมสภาพหรือไม่
ทดลองปรับแต่งเพิ่มเติม เช่น เพิ่มระบบบังคับทิศทางใบเรือ หรือใช้วัสดุที่ทนทานขึ้น
นำข้อมูลที่ได้จากการทดลองมาปรับปรุงให้เรือพลังงานลมมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
ศึกษาแนวทางการพัฒนาเป็นเรือพลังงานลมที่สามารถใช้งานได้จริงในอนาคต
กระบวนการนี้ช่วยให้สามารถพัฒนา "เรือโทพลังงานลมจากขวดน้ำ" ให้ทำงานได้ดีขึ้น และยังเป็นแนวทางสำหรับการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้อีกด้วย!
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น